Home สาระน่ารู้ เตือน! ปวดหัวบ่อยๆ อย่าไว้วางใจ ถ้าปล่อยนานไป อาจตายไม่รู้ตัว..

เตือน! ปวดหัวบ่อยๆ อย่าไว้วางใจ ถ้าปล่อยนานไป อาจตายไม่รู้ตัว..

4 second read
0
0
68

อาการปวดหัว สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย และอาการปวดหัวมักสร้างความทรมาน หงุดหงิดใจให้แก่ผู้ที่มีอาการปวดหัวอยู่ไม่ใช่น้อย แต่คุณรู้หรือไม่ว่าการปวดหัวบ่อยๆ คุณอย่าไว้วางใจ ปล่อยนานไป อาจตายไม่รู้ตัว

 

นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ ได้ให้ความรู้ไว้ว่า

  • โรคหลอดเลือดในสมอง เป็นโรคทางระบบประสาทที่พบได้บ่อยมาก และเป็นปัญหาสาธารณะสุขที่สำคัญ
  • องค์การอัมพาตโลก ได้ทำการเปิดเผยว่า ในแต่ละปีพบประชากรทั่วโลกเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดในสมอง เฉลี่ยประมาณ 6 ล้านคน
  • สำหรับประเทศไทยตรวจพบว่า สถิติของโรคหลอดเลือดสมอง ที่เป็นสาเหตุของความพิการหรือเสียชีวิตเป็นอันดับต้นๆ

โรคดังกล่าวสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ

1.โรคหลอดเลือดสมองตีบ

  • เกิดจากความผิดปกติของเลือดแดงที่ไปเลี้ยงสมอง
  • เกิดอาการตีบหรืออุดตัน
  • ซึ่งมีสาเหตุมาจาก การที่ผู้ป่วยมีปัจจัยเสี่ยงเช่น เป็นเบาหวาน มีความดันโลหิตสูง บริโภคอาหารที่มีไขมันสูง สูบบุหรี่ ขาดการออกกำลังกาย มีภาวะเลือดข้น โดยสะสมมาเป็นเวลานาน
  • การสะสมมาเป็นเวลานานทำให้ผนังหลอดเลือดหนาและแข็งตัว เกิดการตีบและอุดตัน
  • ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้สมองขาดเลือดและเป็นอัมพาตได้

 

2.โรคหลอดเลือดสมองแตก

  • เกิดจากหลอดเลือดมีความเปราะบาง ร่วมกับภาวะความดันโลหิตสูง
  • ซึ่งมีส่วนทำให้บริเวณที่เปราะบางนั้นโป่งพอง หรือที่เรียกว่าโรคหลอดเลือดสมองโป่งพอง
  • ถือเป็นสาเหตุที่สำคัญที่ทำให้เส้นเลือดในสมองแตกได้
  • โดยส่วนมากจะพบในผู้สูงอายุ มากกว่าในเด็ก อีกทั้งยังพบว่าผู้หญิงเป็นได้มากกว่าผู้ชาย
  • กลุ่มคนที่มีปัจจัยเสี่ยงได้แก่
  1. ผู้สูงอายุ สูบบุหรี่
  2. ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง
  3. ผู้ป่วยที่มีโรคหลอดเลือดแดงแข็ง
  4. ผู้ที่ใช้สารเสพติด เช่น โคเคน
  5. ผู้ที่เคยประสบอุบัติเหตุบริเวณศีรษะอย่างรุนแรง
  6. ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์
  • โรคดังกล่าวนสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้

ลักษณะอาการของโรคคือ

  • ความผิดปกติทางระบบประสาท ที่พบบ่อยที่สุดคือ อาการปวดหัวขั้นรุนแรงที่สุด แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
  • โดยให้การเน้นย้ำว่า หากเส้นเลือดยังไม่แตกก็จะยังไม่มีอาการ หรือถ้ามีเพียงเลือดไหลซึมออกมา เด่นชัดคือ จะมีอาการปวดศีรษะ จะค่อยๆ รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และเป็นแบบทันทีทันใด ร่วมกับอาการคลื่นไส้ อาเจียน คอแข็ง ตามัว ชัก หนังตาตก สับสน หมดสติ
  • ถ้าหากมีลักษณะอาการตามด้านบน ควรรีบนำผู้ป่วยไปพบแพทย์ทันที
  • ไม่เช่นนั้นผู้ป่วยอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้
  • โรคนี้ไม่สามารถป้องกันได้ แต่สามารถลดปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคได้ เช่น งดสูบบุหรี่ การใช้สารเสพติด หรือการอออกแรงหนักบ่อยๆ

 

สัญญาณเตือนที่พบได้บ่อย และข้อควรระวัง มีดังต่อไปนี้

  • แขนหรือขาอ่อนแรงครึ่งซีก
  • หน้าเบี้ยวครึ่งซีก
  • เหน็บชาตามร่างกายครึ่งซีก
  • พูดไม่ได้ พูดไม่ชัด สำลัก
  • เห็นภาพซ้อน สับสน
  • ซึมลง เวียนศีรษะ
  • ปวดต้นคอ คลื่นไส้อาเจียน เดินเซ
  • อาการที่กล่าวมานี้ จะเกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน
  • หากเจอผู้ป่วยในลักษณะเหล่านี้ พยายามให้นอนราบเพื่อให้เลือดไหลเวียน และไม่ควรป้อนน้ำ ยา หรืออาหาร
  • ทางที่ดีที่สุดควรรีบนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ให้เร็วที่สุดก็ได้

แนวทางในการลดความเสี่ยงของโรคนี้ มีดังต่อไปนี้

  • รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และเหมาะสม
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็มจัด ไขมันสูง
  • ควรทานผักและผลไม้ให้มากๆ
  • ควบคุมระดับความดันโลหิต ไขมัน และน้ำตาลในเลือด ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่
  • ควรตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อหาปัจจัยเสี่ยง
  • ในกรณีผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงหรือผู้ที่เป็นโรคนี้อยู่แล้ว ต้องได้รับการรักษาและทานยา อีกทั้งต้องทำตามคำแนะนำที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำอีก

 

ข้อมูลโดย ThaiJobsGov.com

Load More Related Articles
Load More By Tidface
Load More In สาระน่ารู้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Check Also

สูตรน้ำดีท็อกล้างลําไส้ ทำติดกัน 3 วัน หน้าใส หุ่นเฟิร์ม ท้องแฟบ!

สูตรที่ 1 น้ำเปล่า + เมล็ดเจีย หรือเม็ดแมงลัก สูตรนี้ง่ … …